โครงการบูรณาการทางวิชาการเพื่อการจัดการทรัพยากรชายฝั่งทะเลอย่างยั่งยืนบริเวณชายหาดหยงหลิงและเกาะมุก อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม

                   โครงการบูรณาการทางวิชาการเพื่อการจัดการทรัพยากรชายฝั่งทะเลอย่างยั่งยืนบริเวณชายหาดหยงหลำและเกาะมุก อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม  นำโดย ดร.กฤษนัยน์ เจริญจิตร อาจารย์ประจำคณะภูมิสารสนเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา (บางแสน)และคณะ ทำการการสำรวจพะยูนโดยประยุกต์หุ่นยนต์อากาศยานขนาดเล็ก (Drone) โดยมีนายก้องเกียรติ กิตติวัฒนาวงศ์ นักวิชาการประมงชำนาญการหัวหน้ากลุ่มสัตว์ทะเลหายาก ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) พร้อมเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยฯ และนักบินชาวต่างชาติ ร่วมบินสำรวจสถานการณ์พะยูนรอบเกาะลิบง เกาะมุก ซึ่งเป็นแหล่งอาศัยสำคัญที่สุดในทะเลตรัง เพื่อติดตามประชากรพะยูนในแต่ละปี  รวมทั้งความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งอาหารและหญ้าทะเล เนื่องจากพะยูนเป็นสัตว์ทะเลหายากใกล้สูญพันธุ์  จึงต้องวางแผนคุ้มครองทรัพยากรทางทะเลให้เกิดความยั่งยืน และการบินสำรวจครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากหลายหน่วยงาน อาทิ มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช. ) นำหุ่นยนต์สำรวจทางอากาศ (โดรน) เพื่อถ่ายภาพเก็บข้อมูลทางวิชาการ
                  ด้านอาจารย์กฤษนัยน์ เจริญจิตร อาจารย์ประจำคณะภูมิสารสนเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา (บางแสน) กล่าวว่า การทำงานครั้งนี้เป็นไปตามโครงการ “การสำรวจพะยูน โดยประยุกต์หุ่นยนต์อากาศยานขนาดเล็ก (Drone)” โดยเครื่องบินเล็กของ ทช. จะบินนำร่องปูพรมหาพะยูนในทะเลซึ่งเป็นแหล่งอาศัยหากินที่ระดับความสูงประมาณ 100 เมตร เมื่อพบพะยูนบริเวณใดจะส่งข้อมูลพิกัดแหล่งที่พบ จากนั้นก็จะส่งโดรนเข้าไปถ่ายเก็บภาพ เพื่อเก็บข้อมูลสำรวจระยะไกล และเป็นการพัฒนาระบบการจัดเก็บข้อมูลด้วยเครื่องมือสำรวจระยะไกลด้วย  และตั้งแต่ดำเนินการมาเครื่องบินสามารถบินสำรวจพบพะยูนกลุ่มใหญ่อาศัยรวมกันมากกว่า 30 ตัว 

                 นายก้องเกียรติ กล่าวว่า ได้บินสำรวจประชากรพะยูนต่อเนื่องกันมาเป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว ปีนี้ก็เช่นกันมีอาสาสมัครทั้งชาวอังกฤษและอเมริกันมาช่วยทำงาน โดยระยะ 3 ปีที่ผ่านมาพบประชากรพะยูนเพิ่มขึ้น เทียบกับ 4–5 ปีก่อนหน้าเป็นช่วงวิกฤติของพะยูน เพราะพบซากพะยูนเกยตื้นตายมากถึง  11 ตัว จากนั้นทุกฝ่ายจึงร่วมมือกันวางแผนอนุรักษ์อย่างเต็มที่ ทำให้สถิติการตายของพะยูนลดลง และผลการผ่าพิสูจน์พบว่าส่วนใหญ่เป็นการตายไม่ได้เกิดจากธรรมชาติ แต่เกิดจากการกิจกรรมของมนุษย์ เช่น เครื่องมือประมงที่เป็นอันตราย

                  
ที่มาข้อมูลและภาพ ->http://www.dmcr.go.th/detailAll/13935/nws/16/  , http://www.tnamcot.com/view/58d9e2b7e3f8e421ed809125

Dugong 1490674250428 1490674292808 1490674347240 1490674140159